fbpx

การบาดเจ็บที่พบบ่อยในกีฬากอล์ฟ

ปวดจากการเล่นกอล์ฟ

กอล์ฟเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยการเล่นกอล์ฟสมัยใหม่เริ่มขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 15 ในประเทศสกอตแลนด์และปัจจุบันได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก การเล่นกอล์ฟนั้นต้องใช้สมาธิและทักษะทางกายภาพหลายด้าน เช่น ทักษะด้านการทรงตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรวมถึงการประสานสัมพันธ์ของร่างกายเพื่อการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องและแม่นยำ ถ้าหากผู้เล่นขาดทักษะทางกายภาพดังกล่าวไปแล้ว พวกเขาอาจได้รับการบาดเจ็บขณะเล่นกอล์ฟหรืออาจเล่นได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ระยะการเคลื่อนไหวของวงสวิงกอล์ฟ

การใช้หลักชีวกลศาสตร์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวในกอล์ฟสวิงสามารถทำให้รู้ถึงการทำงานของกล้ามเนื้อและท่าทางการเคลื่อนไหวที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ นักกายภาพบำบัดจึงใช้หลักการนี้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุของการบาดเจ็บในขณะเล่นกอล์ฟ กอล์ฟสวิงมีหลากหลายรูปแบบแต่ในปัจจุบันนิยมใช้กอล์ฟสวิงแบบสมัยใหม่ โดยการศึกษาของ Maddalozzo และคณะในปี 1987 ได้แบ่งระยะของกอล์ฟสวิงออก 5 ระยะย่อย ดังนี้

(A) Address position: ช่วงเริ่มแรกเพื่อเตรียมตัวตีลูกกอล์ฟ

(B) Early backswing: ช่วงไม้กอล์ฟเริ่มถูกเหวี่ยงไปด้านหลัง

(C) Top of backswing: ช่วงไม้กอล์ฟขนานกับพื้น

(D) Mid downswing: ช่วงเหวี่ยงไม้กอล์ฟไปด้านล่างเพื่อตีลูกกอล์ฟ

(E) Prior to impact: ช่วงก่อนไม้กอล์ฟสัมผัวลูกกอล์ฟ

(F) Mid follow through: ช่วงหลังตีลูกกอล์ฟ ไม้กอล์ฟเคลื่อนที่ไปตามโมเมนตัม

(G) End follow through: ช่วงสิ้นสุดการตี ไม้กอล์ฟถูกเหวี่ยงตามโมเมนตัม โดยทำมุมสูงเหนือระดับพื้น

การบาดเจ็บที่พบบ่อยในผู้เล่นกอล์ฟ

กอล์ฟเป็นกีฬาที่ซับซ้อนและอาศัยทักษะทางกายภาพหลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวทั่วร่างกาย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟได้ทุกส่วนของร่างกาย

ปวดหลัง: ในขณะเหวี่ยงไม้กอล์ฟไปด้านหลังและเหวี่ยงกลับเพื่อตีลูกกอล์ฟนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับการบาดเจ็บจากแรงบิดหมุนที่เกิดต่อโครงสร้างบริเวณหลัง บางครั้งอาจพบกล้ามเนื้อหลังเคล็ดร่วมกับอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวขึ้นและก่อให้เกิดอาการปวด นอกจากนี้แรงบิดหมุนอาจเกิดบริเวณกระดูกสันหลังและข้อต่อเล็กๆระหว่างกระดูกสันหลังทำให้ข้อต่อเหล่านี้อักเสบและส่งผลถึงการเล่นกอล์ฟในที่สุด นักกายภาพบำบัดมักใช้การรักษาด้วยคลื่นเหนือเสียง การใช้ความร้อนชื้น การนวดด้วยความแข็ง การยืดเหยียดกล้ามเนื้อและการคลายเนื้อเยื่ออ่อนด้วยมือเพื่อช่วยลดอาการปวดร่วมกับการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

ปวดข้อศอก: อาการปวดข้อศอก เป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในผู้เล่นกีฬาประเภทนี้เนื่องจากการใช้งานของกล้ามเนื้อแขนซ้ำๆเป็นเวลานาน บางครั้งกลุ่มอาการเหล่านี้อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ปุ่มกระดูกข้อศอกอักเสบโดยแสดงอากรปวดบริเวณด้านในหรือนอกของข้อศอก กิจกรรมหรือท่าที่ทำให้อาการปวดมากขึ้นมักจะเป็นท่าที่ต้องจับไม้กอล์ฟเช่น การถือไม้กอล์ฟที่หนักหรือเล่นเป็นเวลานานโดยปราศจากการอบอุ่นกล้ามเนื้อและการยืดกล้ามเนื้อ สำหรับการรักษาอาการปวดเหล่านี้ทำได้โดยการใช้คลื่นเหนือเสียง คลื่นกระแทก การใช้ความร้อน ความเย็น รวมถึงการยืดกล้ามเนื้อในท่าที่ถูกต้องโดยนักกายภาพบำบัด

การบาดเจ็บกล้ามเนื้อไหล่: กล้ามเนื้อหลักที่ช่วยพยุงข้อไหล่ประกอบไปด้วย 4 มัด ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความมั่นคงและให้การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ บางช่วงของกอล์ฟสวิงอาจทำให้เกิดการกดทับระหว่างเอ็นกล้ามเนื้อและโครงสร้างภายในข้อไหล่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าที่ไหล่อยู่ในลักษณะหมุนเข้าในและยกแขนสูงเหนือศีรษะ หากเกิดการกดทับและเสียดสีของเอ็นข้อไหล่ซ้ำๆ อาจมีความเสี่ยงที่เอ็นข้อไหล่ฉีกขาดได้ ซึ่งทั้งเอ็นข้อไหล่ถูกกดทับและฉีกขาดทำให้เกิดอาการปวดและไม่สามารถเล่นกอล์ฟต่อได้ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงแก่กล้ามเนื้อทั้ง 4 มัดนี้จึงสามารถช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้ ในบางครั้งหากคุณมีอาการปวด คุณอาจจะต้องพบนักกายภาพบำบัดเพื่อช่วยลดปวด

การบาดเจ็บข้อเข่า: ในช่วงกอล์ฟสวิง สะโพกของคุณจำเป็นต้องเพิ่มความมั่นคงเพื่อลดการบาดเจ็บจากแรงบิดหมุนของร่างกาย และหากกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าของคุณมีความแข็งแรงไม่เพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อขาด้านหน้าและด้านหลัง อาจทำให้คุณมีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บบริเวณดังกล่าวได้สูง เช่น กล้ามเนื้อเคล็ด เอ็นยึดกระดูกแพลง หรือแม้กระทั่งหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หากคุณมีอาการปวดเข่า คุณควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวด ร่วมกับการดูแลกล้ามเนื้อเช่น การยืดกล้ามเนื้อและการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อดังกล่าว เป็นต้น

การบาดเจ็บมือและข้อมือ: การบาดเจ็บบริเวณมือและข้อมือจากการเล่นกอล์ฟมีหลายรูปแบบ ข้อมือแพลงและเอ็นข้อมืออักเสบสามารถพบได้บ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งมือด้านที่เป็นตัวนำ (leading hand) นอกจากนี้ยังพบว่าช่วงจังหวะไม้กระทบพื้นเมื่อตีลูกกอล์ฟ จะทำให้เกิดปฏิกิริยาจากไม้กอล์ฟต่อกระดูกข้อมือ (Hamate bone) และอาจทำให้กระดูกหักได้ การบาดเจ็บเหล่านี้จะทำให้คุณมีอาการปวดและเกมส์ของคุณต้องชะงักลง ดังนั้นการวอร์มกล้ามเนื้อและเอ็นรอบๆข้อมือจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดการบาดเจ็บบริเวณนั้นได้

ควรทำอย่างไรเมื่อได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟ

เมื่อคุณได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟ สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดเล่นกอล์ฟและหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อพักการใช้งานบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ การรักษาโดยหลัก PRICE
P=การป้องกันตนเอง
R=การพักการใช้งาน
I=การใช้น้ำแข็งหรือความเย็น
C=การใช้แรงกดเพื่อลดบวม
E=การยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ

เป็นที่นิยมและผู้ป่วยควรได้รับโดยเร็วที่สุดเพื่อลดการอักเสบและอาการปวด หลังการบาดเจ็บระยะเฉียบพลันแล้ว การฟื้นฟูสมรรถภาพระบบกล้ามเนื้อและกระดูกก็เป็นอีกสิ่งที่ควรพิจารณาเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อและกระดูกกลับมาทำงานได้มีประสิทธิภาพดังเดิม นอกจากนี้การทำกายภาพบำบัดยังเป็นสิ่งสำคัญโดยคุณอาจได้รับการรักษาเช่น การยืดกล้ามเนื้อที่ถูกวิธี การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การเพิ่มการทรงตัวการประสานของร่างกายและการฝึกทางกีฬาที่เฉพาะเจาะจงเพื่อช่วยให้คุณสามารถกลับมาเล่นกอล์ฟได้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยอีกครั้ง