บอกลาลูป 'ปวด-นวด-ปวด': ทำไมการทำ "กายภาพบำบัด" ถึงเป็นทางรอดเดียวของคนเป็น ออฟฟิศซินโดรม

ทำไมยิ่งไป นวด บ่อยเท่าไหร่ อาการปวดคอบ่าไหล่ก็ดูเหมือนจะวนกลับมาเร็วขึ้นเท่านั้น? หลายคนพยายามแก้ปัญหา ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ด้วยการหมอนวดหรือลงทุนกับเก้าอี้ราคาแพง แต่สุดท้ายก็ยังหนีความปวดไม่พ้น นั่นเป็นเพราะเรากำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยลืมมองไปว่าโครงสร้างร่างกายข้างในกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออยู่

“นวด” กับ “กายภาพบำบัด” ต่างกันอย่างไร?
เมื่อมีอาการ Office Syndrome สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่ทำคือการไป นวด เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ซึ่งการนวดนั้นช่วยให้คุณรู้สึก "ฟิน" และหายปวดได้ชั่วคราว แต่ในทาง กายภาพบำบัด อาการปวดเหล่านั้นคือ "จุดเริ่มต้น" ของปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น

ความแตกต่างที่ชัดเจนคือ กายภาพบำบัด ไม่ได้มองแค่จุดที่คุณปวด แต่นักกายภาพจะประเมิน "ต้นเหตุ" ว่าทำไมกล้ามเนื้อมัดนั้นถึงตึงซ้ำๆ เช่น คุณอาจจะปวดบ่าเพราะกล้ามเนื้อสะบักอ่อนแรง หรือมีอาการชาร้าวลงแขนเพราะแนวกระดูกสันหลังเริ่มผิดรูปจากการนั่งผิดท่าสะสม

ทำไมคนเป็น ออฟฟิศซินโดรม ถึงต้องกายภาพบำบัดในการเคลื่อนไหว?
การรักษาอาการ Office Syndrome ที่ยั่งยืน ต้องอาศัยการปรับสมดุลร่างกายใหม่ (Re-balancing) ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการทำ กายภาพบำบัด 

  1. การวิเคราะห์โครงสร้างรายบุคคล : เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน นักกายภาพจะตรวจประเมินว่าอาการ ออฟฟิศซินโดรม ของคุณอยู่ในระยะไหน และมีปัจจัยอะไรที่กระตุ้นให้ปวด
  2. เทคโนโลยีจัดการความปวด : บางครั้งการใช้มือ นวด อย่างเดียวอาจเข้าไม่ถึงชั้นกล้ามเนื้อที่ลึกที่สุด การใช้เครื่องมืออย่าง Shockwave (คลื่นกระแทก) หรือ High Power Laser จะช่วยสลายพังผืดและลดการอักเสบในระดับลึกได้อย่างแม่นยำ
  3. การฝึกกล้ามเนื้อให้เป็นเกราะคุ้มกัน : นักกายภาพจะสอนท่าบริหารเฉพาะบุคคลเพื่อให้คุณกลับไปทำงานได้โดยไม่กลับมาปวดซ้ำ เป็นการ "เสริม" และ "สร้าง" ไปพร้อมๆ กัน

อย่าปล่อยให้ Office Syndrome กลายเป็นเรื่องเรื้อรัง
เรามักจะยอมจ่ายเงินซ่อมรถเมื่อมีไฟเตือนโชว์บนหน้าปัด แต่กลับละเลย “สัญญาณเตือน" จากร่างกายที่ชื่อว่าความปวด การปล่อยให้ ออฟฟิศซินโดรม เรื้อรัง อาจนำไปสู่โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือภาวะกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร

การทำ กายภาพบำบัด ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การรักษาอาการปวด แต่คือการปรับสมดุลในการใช้ชีวิต ให้คุณสามารถนั่งทำงานได้อย่างมีความสุข และมีพลังเหลือไปใช้ชีวิตกับคนที่คุณรักหลังเลิกงาน โดยไม่ต้องแบกความปวดกลับบ้านไปด้วยอีกต่อไป

 
  • แชร์

แพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง